จดลิขสิทธิ์ออนไลน์ทำยังไง? คุ้มครองอะไรบ้าง และขั้นตอนที่ต้องรู้

จดลิขสิทธิ์ออนไลน์

ในยุคที่ผลงานจำนวนมากถูกสร้างสรรค์และเผยแพร่บนโลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ เพลง คอร์สออนไลน์ ซอฟต์แวร์ หรือคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เรื่องลิขสิทธิ์จึงกลายเป็นสิ่งที่เจ้าของผลงานไม่ควรมองข้าม เพราะแม้กฎหมายจะให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติตั้งแต่มีการสร้างสรรค์ผลงานขึ้น แต่การมีหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของจะช่วยให้การบริหารสิทธิและการดำเนินการเมื่อเกิดการละเมิดทำได้ชัดเจนขึ้น

บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจว่าจดลิขสิทธิ์ออนไลน์คืออะไร คุ้มครองงานประเภทใด บุคคลใดสามารถยื่นได้บ้าง และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้าของผลงานสามารถวางแผนคุ้มครองลิขสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ลิขสิทธิ์ออนไลน์คุ้มครองอะไรบ้าง?

ก่อนจะเริ่มจดแจ้งลิขสิทธิ์ เจ้าของผลงานควรเข้าใจก่อนว่าลิขสิทธิ์ไม่ได้คุ้มครองแค่ไอเดีย ความคิด หรือแนวทาง แต่สามารถคุ้มครองรูปแบบการแสดงออกของงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว เช่น ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ โค้ด หรือองค์ประกอบสร้างสรรค์ที่จับต้องหรือพิสูจน์ได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

9 ประเภทงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

1.งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ บทความ บทกลอน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 

2.นาฏกรรม เช่น ท่าเต้นท่ารำ ที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว 

3.ศิลปกรรม เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย 

4.ดนตรีกรรม เช่น ทำนองเพลง หรือเนื้อร้องและทำนองเพลง 

5.โสตทัศน์วัสดุ เช่น วีซีดีคาราโอเกะ 

6.ภาพยนตร์ 

7.สิ่งบันทึกเสียง เช่น ซีดีเพลง 

8.งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น รายการโทรทัศน์ 

9.งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์หรือแผนกศิลปะ เช่น การเพ้นท์ศิลปะบนร่างกาย

งานดิจิทัลแบบไหนที่มักถูกละเมิดบ่อยที่สุด

งานที่มักถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ รูปภาพสินค้า ภาพถ่ายโฆษณา บทความ วิดีโอรีวิว เพลงประกอบคอนเทนต์ อินโฟกราฟิก คอร์สเรียนออนไลน์ Template งานออกแบบ และซอฟต์แวร์ เพราะงานเหล่านี้สามารถคัดลอก ดาวน์โหลด หรือเผยแพร่ซ้ำได้ง่าย การมีหลักฐานที่สามารถระบุวันที่สร้าง ชื่อเจ้าของผลงาน และรายละเอียดของงานได้อย่างชัดเจน จะช่วยเพิ่มน้ำหนักของหลักฐานในกรณีที่เกิดข้อพิพาทหรือมีการบังคับใช้สิทธิตามกฎหมายในอนาคต

 

ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นอัตโนมัติแล้ว ทำไมยังต้องจดแจ้ง?

หลายคนเข้าใจว่าลิขสิทธิ์ต้องจดแจ้งก่อนจึงจะมีสิทธิ แต่ในความเป็นจริง ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นตามเงื่อนไขของกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม การจดลิขสิทธิ์ยังมีประโยชน์ในเชิงหลักฐานและการบริหารจัดการสิทธิ

ความต่างระหว่าง “มีลิขสิทธิ์” กับ “จดแจ้งลิขสิทธิ์”

การมีลิขสิทธิ์ หมายถึงสิทธิที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ผลงาน

การจดแจ้งลิขสิทธิ์ คือการนำข้อมูลเกี่ยวกับผลงานและเจ้าของผลงานไปบันทึกไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานและการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในอนาคต ทั้งนี้ การจดแจ้งไม่ได้เป็นการรับรองว่าผู้ยื่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เสมอไป หากเกิดข้อพิพาท ศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย

3 เหตุผลที่การจดลิขสิทธิ์ออนไลน์สำคัญ

การจดลิขสิทธิ์ช่วยให้เจ้าของผลงานมีหลักฐานและข้อมูลที่จัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการใช้ประกอบการเจรจาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือขายสิทธิได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความชัดเจนเมื่อต้องดำเนินการแจ้งลบคอนเทนต์ที่ถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีผลงานจำนวนมาก การจัดเก็บข้อมูลสิทธิอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความยุ่งยากในระยะยาว

ใครมีสิทธิจดแจ้งลิขสิทธิ์ออนไลน์ได้บ้าง?

ผู้ที่สามารถยื่นจดแจ้งได้ต้องเป็นผู้มีสิทธิในผลงานนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานโดยตรง เจ้าของสิทธิตามสัญญาจ้าง หรือผู้รับโอนสิทธิตามเอกสารที่ถูกต้อง การตรวจสอบสถานะเจ้าของสิทธิก่อนยื่นจึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพราะงานบางประเภทอาจมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง

1.บุคคลธรรมดา ที่สร้างผลงานด้วยตนเอง เช่น ช่างภาพ นักเขียน นักออกแบบ หรือผู้พัฒนาโปรแกรม 

2.นิติบุคคล เช่น บริษัทว่าจ้างพนักงาน หรือผู้รับจ้างผลิตงาน ควรตรวจสอบสัญญาว่าลิขสิทธิ์ตกเป็นของใคร 

3.งานร่วมสร้างที่มีหลายคนทำด้วยกัน ควรระบุชื่อผู้สร้างสรรค์และสัดส่วนหรือเงื่อนไขสิทธิให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาการโต้แย้งภายหลัง

การเตรียมตัวก่อนจดแจ้งลิขสิทธิ์ออนไลน์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกจะช่วยให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะงานดิจิทัลที่ต้องอัปโหลดไฟล์หรือแนบตัวอย่างผลงาน เจ้าของผลงานควรจัดเตรียมข้อมูลให้สอดคล้องกับประเภทผลงานและสถานะของผู้ยื่น

เอกสารที่ต้องเตรียม

1.แบบฟอร์มคำขอจดลิขสิทธิ์  สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา

2.สำเนาผลงานที่ต้องการจดลิขสิทธิ์ จะต้องแสดงชัดเจนถึงผลงานที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น

3.ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของผลงาน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของเจ้าของผลงาน

4.สำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวตนของเจ้าของผลงาน หากเจ้าของผลงานเป็นบุคคลธรรมดา หรือเอกสารจดทะเบียนบริษัทหากเป็นนิติบุคคล

5.สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนสิทธิ (หากมี)  ในกรณีที่เจ้าของผลงานโอนสิทธิให้บุคคลหรือองค์กรอื่น

6.ค่าธรรมเนียมการจดลิขสิทธิ์ จะต้องชำระตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด

 

ขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ออนไลน์ผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญา

Step 1 เข้าระบบ DIP e-Service และล็อกอิน

เริ่มจากเข้าสู่ระบบ DIP e-Service ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จากนั้นสมัครสมาชิกหรือล็อกอินด้วยบัญชีที่มีอยู่ หากเป็นนิติบุคคลหรือกรณีมอบหมายให้ตัวแทนยื่น ควรเตรียมข้อมูลผู้มีอำนาจและเอกสารประกอบให้พร้อม

Step 2 กรอกแบบฟอร์ม ลข.01 ให้ครบถ้วน

หลังเข้าสู่ระบบ ให้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ลข.01 โดยระบุประเภทผลงาน ชื่อผลงาน รายละเอียดผู้สร้างสรรค์ ชื่อเจ้าของผลงาน วันที่สร้างสรรค์ผลงาน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรกรอกให้ตรงกับเอกสารและผลงานจริงมากที่สุด

Step 3 อัปโหลดไฟล์ผลงานและเอกสารประกอบ

ขั้นตอนนี้ต้องแนบไฟล์ผลงานหรือสำเนาผลงาน รวมถึงเอกสารยืนยันตัวตน เอกสารนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารโอนสิทธิ (หากมี) ไฟล์ที่อัปโหลดควรมีความชัดเจน อ่านได้ง่าย และแสดงให้เห็นลักษณะของผลงานที่ต้องการจดแจ้ง

Step 4 ยืนยันตัวตนและส่งคำขอ

เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ยืนยันตัวตนและส่งคำขอผ่านระบบ ก่อนกดยืนยันควรตรวจทานชื่อผลงาน ชื่อเจ้าของผลงาน และไฟล์แนบอีกครั้ง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในหนังสือรับรอง

Step 5 ดาวน์โหลดหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของ

เมื่อคำขอผ่านการดำเนินการตามขั้นตอน เจ้าของผลงานสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องจากระบบได้ โดยเอกสารนี้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการแสดงข้อมูลการจดแจ้ง แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยเด็ดขาด หากเกิดข้อพิพาทยังต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย

อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ คุ้มครองนานแค่ไหน?

ประเภทผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ระยะเวลาความคุ้มครอง

บุคคลธรรมดาตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ + 50 ปี หลังเสียชีวิต
นิติบุคคล50 ปี นับแต่สร้างสรรค์ หรือโฆษณาครั้งแรก
งานภาพถ่าย / ภาพยนตร์50 ปี นับแต่สร้างสรรค์ หรือโฆษณาครั้งแรก
งานศิลปะประยุกต์25 ปี นับแต่สร้างสรรค์ หรือโฆษณาครั้งแรก

สรุป

การจดลิขสิทธิ์ออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของผลงานมีหลักฐานเกี่ยวกับผลงานของตนเองอย่างเป็นระบบ แม้ลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสร้างสรรค์ผลงาน แต่การจดแจ้งจะช่วยเพิ่มความชัดเจนในการบริหารสิทธิ การอนุญาตให้ใช้ผลงาน และการจัดการเมื่อเกิดการนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับธุรกิจที่สร้างสรรค์คอนเทนต์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง การเริ่มวางระบบลิขสิทธิ์ที่ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปกป้องมูลค่าของผลงานและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

ปรึกษาเรื่องลิขสิทธิ์ออนไลน์กับ AKIP Venture

หากคุณเป็นครีเอเตอร์ เจ้าของแบรนด์ Startup หรือบริษัทที่มีผลงานดิจิทัลจำนวนมาก AKIP Venture สามารถช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการจดลิขสิทธิ์ การเตรียมเอกสาร การตรวจสอบสถานะเจ้าของสิทธิ และการวางระบบบริหารลิขสิทธิ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้ผลงานของคุณได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงเมื่อต้องนำไปใช้งานจริง

ข้อมูลติดต่อ AKIP Venture

โทร: 065-989-9815

อีเมล: contact.akip@gmail.com 

LINE: @akipventure

Facebook: https://www.facebook.com/akipventure/