Skip to main content

AKIP Venture

บริการ PCT

บริการจดสิทธิบัตรต่างประเทศ

ขยายฐานนวัตกรรมสู่เวทีโลก ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาส ด้วยระบบ PCT

ยื่นคำขอสิทธิบัตรครั้งเดียว จองสิทธิได้มากกว่า 150 ประเทศ ซื้อเวลาวางแผนธุรกิจนาน 31 เดือน และลดความเสี่ยงด้วยรายงานการวิเคราะห์ระดับโลก

การขยายตลาดนวัตกรรมไปต่างประเทศ ไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพของการประดิษฐ์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรสามารถวางแผนคุ้มครองสิทธิบัตรได้เร็ว ถูกต้อง คุ้มค่าและครอบคลุมเพียงใด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการขอรับความคุ้มครองในหลายประเทศ การวางกลยุทธ์ในการขยายตลาดที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จต่อธุรกิจในระยะยาว

ระบบ PCT (Patent Cooperation Treaty) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การยื่นขอสิทธิบัตรในระดับนานาชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ผู้ขอสามารถยื่นคำขอเพียงครั้งเดียว พร้อมได้รับข้อมูลสำคัญสำหรับการประเมินศักยภาพของการประดิษฐ์ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นจดในแต่ละประเทศ และซื้อเวลาให้สามารถตัดสินใจเลือกประเทศที่ต้องการจดทะเบียนออกไปได้สูงสุดถึง 31 เดือน ช่วยให้มีเวลาวิเคราะห์ตลาดหรือหาผู้ร่วมลงทุนในอนาคต

AKIP Venture พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลกระบวนการยื่น PCT อย่างเป็นระบบ วางกลยุทธที่ถูกต้องและคุ้มค่าเพื่อสนับสนุนการขยายสิทธิในนวัตกรรมของคุณสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ

PCT คืออะไร?​

PCT หรือ Patent Cooperation Treaty คือ สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ที่ช่วยให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพียงครั้งเดียวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และใช้คำขอนั้นเป็นพื้นฐานในการขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในหลายประเทศที่เป็นภาคี PCT ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องยื่นคำขอแยกในแต่ละประเทศตั้งแต่ต้น

เมื่อยื่นคำขอผ่านระบบ PCT คำขอจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตรระหว่างประเทศโดยหน่วยงานตรวจค้นที่ได้รับการแต่งตั้ง (International Searching Authority: ISA) ซึ่งผู้ขอจะได้รับรายงานการค้นหาและความเห็นเบื้องต้น เพื่อนำไปใช้ประเมินศักยภาพของการประดิษฐ์ ก่อนตัดสินใจเลือกประเทศที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำขอในแต่ละประเทศต่อไป โดยรายงานการค้นหาและความคิดเห็นดังกล่าวจะถูกประกาศโฆษณา (การเปิดเผยข้อมูลสิทธิบัตร) ผ่านองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO)

ทำไมการยื่นสิทธิบัตรผ่าน PCT จึงเป็นทางเลือกสำคัญ

การใช้ระบบ PCT ช่วยให้ผู้ขอมีเวลาในการตัดสินใจมากขึ้น เนื่องจากระบบ PCT จะแบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสที่ 1 จะเป็นขั้นตอนที่เรียกว่า International Phase ซึ่งจะเป็นขั้นตอนยื่นเพื่อให้องค์กรผู้ตรวจค้นระหว่างประเทศทำการตรวจค้น (International Search Authority-ISA) เฟสแรกนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิบัตร แต่เราสามารถนำรายงานผลการตรวจค้นนั้นมาประกอบการตัดสินใจ หาตลาด หรือระดมทุน ก่อนจะตัดสินใจเลือกประเทศที่จะขอรับความคุ้มครองในเฟส 2 National Phase ต่อไป

 

โดยผู้ขอรับความคุ้มครองจะมีระยะเวลาในการยื่นคำขอเข้าประเทศในเฟส 2 ประมาณ 30-31 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอครั้งแรก ซึ่งจะต่างจากการยื่นตรงเข้าแต่ละประเทศที่มีระยะสั้นกว่า คือมีเวลา 12 เดือน นับจากวันยื่นคำขอในประเทศไทย เปรียบเสมือนเป็นการซื้อเวลาในการเจาะตลาดและการลงทุนรวมทั้ง ยังเหมือนการจองสิทธิไว้ก่อน เพราะสามารถจะยื่นไปที่ใดก็ได้ในระยะเวลาดังกล่าว

 

การยื่นสิทธิบัตรผ่านระบบ PCT ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศศักยภาพของนวัตกรรมและแสดงตัวตนขององค์กรในระดับโลกเนื่องจากงานประดิษฐ์นั้นจะถูกประกาศในฐานข้อมูลขององค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทำให้ทั่วโลกเข้าถึงได้ ช่วยดึงดูดและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนหรือพาร์ทเนอร์ เปิดโอกาสในการเจรจากับพันธมิตรและคู่ค้าได้ทั่วโลก รวมทั้งในเชิงการป้องกัน (Defensive) ยังเป็นการทำลายความใหม่ของงานประดิษฐ์อื่นๆที่ใกล้เคียงกันแต่ยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนทั่วโลก รวมทั้งการมีผลการตรวจค้นจากระบบ PCT ยังทำให้กระบวนการยื่นขอรับความคุ้มครองในบางประเทศดำเนินการได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของ PCT

แผนที่

ยื่นคำขอครั้งเดียว ครอบคลุมหลายประเทศ

การยื่น PCT ช่วยให้ผู้ขอสามารถยื่นคำขอสิทธิบัตรเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องยื่นแยกในหลายประเทศตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น ทำให้กระบวนการง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และบริหารจัดการคำขอได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ค่าใช้จ่าย

ชะลอค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในช่วงแรก

ระบบ PCT ช่วยเลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการยื่นสิทธิบัตรในแต่ละประเทศออกไป ทำให้ธุรกิจไม่ต้องลงทุนสูงทันที และมีเวลาวางแผนงบประมาณให้เหมาะสมกับทิศทางการเติบโต
รายงานข้อมูล

ได้รับรายงานการค้นหาและความเห็นเบื้องต้น

หลังยื่น PCT ผู้ขอจะได้รับรายงานการค้นหาและความเห็นเกี่ยวกับความใหม่และศักยภาพของสิทธิบัตร ซึ่งช่วยให้เข้าใจจุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุง และความเป็นไปได้ในการได้รับความคุ้มครองในระดับนานาชาติ
วางกลยุทธ์

ใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์เชิงธุรกิจ

ข้อมูลจากกระบวนการ PCT สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น การเลือกประเทศเป้าหมาย การเจรจากับนักลงทุน หรือการวางแผนขยายตลาด ทำให้การยื่นสิทธิบัตรไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจโดยรวม
บริการ PCT

ขั้นตอนการยื่นจดสิทธิบัตร
ผ่านระบบ PCT

เตรียมและตรวจสอบคำขอสิทธิบัตร

เริ่มต้นกระบวนการด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเทคนิคและรายละเอียดการประดิษฐ์ เพื่อความพร้อมในการก้าวสู่ระดับสากล

ยื่นคำขอ PCT ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ดำเนินการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียว ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเริ่มต้นการขอรับความคุ้มครองในกลุ่มประเทศภาคีสมาชิก

เข้าสู่กระบวนการค้นหาระหว่างประเทศ (ISA)

ตรวจสอบสิทธิบัตรโดยหน่วยงานสากล เพื่อรับรายงานวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับความใหม่และศักยภาพของนวัตกรรม

วิเคราะห์ผลและวางกลยุทธ์การคุ้มครอง

ประเมินรายงานการค้นหาเพื่อเลือกประเทศปลายทางและวางแผนเชิงงบประมาณ ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสิทธิบัตร

เข้าสู่ขั้นตอนขาเข้าประเทศ (National Phase)

ยื่นเอกสารเข้าสู่ประเทศปลายทางที่ต้องการความคุ้มครองอย่างเป็นทางการ เพื่อรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ

เตรียมและตรวจสอบคำขอสิทธิบัตร

เริ่มจากการจัดเตรียมรายละเอียดการประดิษฐ์ให้ครบถ้วน ทั้งคำอธิบายทางเทคนิค ขอบเขตความคุ้มครอง (Claims) และข้อมูลผู้ประดิษฐ์ พร้อมตรวจสอบความเป็นเจ้าของสิทธิให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีผลงานจากพนักงานหรืองานวิจัยร่วม เพื่อให้คำขอพร้อมสำหรับการยื่นในระดับนานาชาติ โดยจัดเตรียมเป็นภาษาที่ต้องการให้ ISA ประเทศใดเป็นผู้ตรวจ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน หรือยุโรป เป็นต้น

เข้าสู่กระบวนการค้นหาสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (ISA)

หลังการยื่นคำขอ ระบบ PCT จะส่งคำขอไปยังหน่วยงานตรวจค้นที่ได้รับการแต่งตั้ง (International Searching Authority: ISA) เพื่อจัดทำรายงานการค้นหาและความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับความใหม่และศักยภาพของการประดิษฐ์

ยื่นคำขอ PCT ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้ขอสามารถยื่นคำขอ PCT เพียงครั้งเดียวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยคำขอนี้จะใช้เป็นฐานในการขอรับความคุ้มครองในประเทศภาคี PCT หลายประเทศ พร้อมระบุข้อมูลที่จำเป็นตามระบบ PCT

วิเคราะห์ผลและวางกลยุทธ์การคุ้มครอง

ผู้ขอสามารถนำรายงานการค้นหาและความเห็นเบื้องต้นมาใช้ประเมินโอกาสในการได้รับสิทธิบัตร รวมถึงวางแผนเชิงกลยุทธ์ว่าจะดำเนินการต่อในประเทศใดบ้าง ช่วยลดความเสี่ยงและควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เข้าสู่ขั้นตอนขาเข้าประเทศ (National Phase)

เมื่อพร้อม ผู้ขอจะเลือกประเทศที่ต้องการความคุ้มครอง และดำเนินการยื่นคำขอสิทธิบัตรในแต่ละประเทศตามกฎหมายท้องถิ่น ขั้นตอนนี้ถือเป็นการนำคำขอ PCT ไปใช้จริงในระดับประเทศ เพื่อขอรับสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ

ทำไมต้องเลือก AKIP Venture

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

การยื่น PCT ยังไม่ใช่การได้รับสิทธิบัตรโดยอัตโนมัติในทุกประเทศ แต่เป็นการเปิดทางให้สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นในแต่ละประเทศ (National Phase) ภายหลังได้อย่างเป็นระบบ

ผู้ยื่นจะได้รับผลตรวจสอบ (ISA) อย่างรวดเร็วว่างานของคุณผ่านเกณฑ์การขอรับความคุ้มครองหรือไม่ ภายใน 16 เดือน (เร็วสุดประมาณ 4 – 6 เดือน) และผู้ขอจะมีเวลาประมาณ 30–31 เดือนนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรก เพื่อเข้าสู่ขั้นตอน National Phase ในประเทศที่เลือก โดยสามารถเลือกประเทศที่จะยื่นจดได้ตั้งแต่ได้รับผลตรวจสอบจาก ISA

“ไม่จำเป็น” ต้องมีคำขอในประเทศก่อน แต่ในหลายกรณี ผู้ขอมักเริ่มจากการยื่นคำขอในประเทศก่อนเพื่อความรวดเร็วในการได้วันยื่นคำขอครั้งแรก (Priority Date) แล้วจึงยื่น PCT ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยอ้างสิทธิ ณ และวันยื่นคำขอเดิมได้ (Priority Claim)

PCT ให้ความยืดหยุ่นด้านเวลาและการวางแผนมากกว่า ในขณะที่การยื่นตรงต้องตัดสินใจเลือกประเทศและลงทุนค่าใช้จ่ายทันทีตั้งแต่ช่วงต้น

เริ่มจากการประเมินนวัตกรรม ความพร้อมทางธุรกิจ และเป้าหมายตลาด จากนั้นวางแผนการยื่น PCT ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด

เริ่มต้นวางแผนสิทธิบัตรต่างประเทศอย่างมั่นใจ

ปรึกษาการยื่น PCT กับผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่งข้อความหาเรา

กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา
หลังได้รับข้อมูลของท่าน ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว

กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา
หลังได้รับข้อมูลของท่าน ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว

กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูล
หรือขอใบเสนอราคา หลังได้รับข้อมูลของท่าน
ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว