คุ้มครองนวัตกรรมของคุณในต่างประเทศ พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก
การได้รับสิทธิบัตรในประเทศไทยไม่ได้หมายความว่าสิทธิจะได้รับความคุ้มครองในประเทศอื่นโดยอัตโนมัติ หากธุรกิจมีแผนส่งออกสินค้า ขยายตลาด จ้างผลิต หรือร่วมลงทุนกับพันธมิตรในต่างประเทศ การจดสิทธิบัตรต่างประเทศจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องนวัตกรรมและลดความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนในตลาดเป้าหมาย
AKIP Venture ให้บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการจดสิทธิบัตรต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ของการยื่นคำขอ กำหนดกลยุทธ์การคุ้มครอง เลือกประเทศที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจ จัดเตรียมเอกสาร ติดตามความคืบหน้าระหว่างการพิจารณา ไปจนถึงการดูแลหลังได้รับสิทธิบัตรและการต่ออายุ เพื่อให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจ
การจดสิทธิบัตรต่างประเทศ คือ การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศที่ต้องการได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากสิทธิบัตรเป็นสิทธิที่มีผลเฉพาะในประเทศที่ได้รับการจดทะเบียน หากต้องการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ในหลายประเทศ จำเป็นต้องยื่นคำขอตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
การเลือกประเทศที่เหมาะสม ระยะเวลาในการยื่น และการวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้น ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโอกาสในการได้รับสิทธิบัตรและการใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจในอนาคต
การยื่นจดสิทธิบัตรต่างประเทศไม่ได้มีเพียงการเลือกประเทศที่ต้องการคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังมี ระยะเวลาสำคัญที่ผู้ประดิษฐ์และเจ้าของผลงานไม่ควรมองข้าม นั่นคือ ระยะเวลา 12 เดือน สำหรับการขอใช้สิทธิอ้างวันยื่นคำขอครั้งแรก (Priority Claim)
ภายใต้หลักการของอนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกยอมรับ หากได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรครั้งแรกในประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว ผู้ยื่นสามารถนำวันยื่นคำขอดังกล่าวไปอ้างสิทธิ (Priority Date) เมื่อต้องการยื่นคำขอในประเทศอื่นได้ภายใน 12 เดือน นับจากวันยื่นคำขอครั้งแรก
การอ้างสิทธินี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้คำขอในประเทศอื่นได้รับการพิจารณาเสมือนว่ายื่นในวันเดียวกับคำขอแรก ช่วยรักษาความใหม่ (Novelty) ของการประดิษฐ์ และลดความเสี่ยงที่การเปิดเผยข้อมูล การตีพิมพ์ หรือการนำผลงานไปเผยแพร่ จะส่งผลกระทบต่อการขอรับสิทธิบัตรในประเทศอื่น
ในทางกลับกัน หากปล่อยให้พ้นระยะเวลา 12 เดือน โดยไม่ได้ยื่นคำขอเพิ่มเติมหรือวางแผนผ่านระบบที่เหมาะสม อาจไม่สามารถขออ้างสิทธิจากคำขอเดิมได้ และในหลายกรณีอาจส่งผลให้การประดิษฐ์สูญเสียคุณสมบัติความใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการได้รับสิทธิบัตร
ยื่นสิทธิบัตรในประเทศไทยก่อน แล้วจึงยื่นในต่างประเทศ ต้องดำเนินการภายใน 12 เดือน เพื่อขออ้างสิทธิวันยื่นคำขอเดิม
ยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศก่อน แล้วจึงยื่นในประเทศไทย ต้องดำเนินการภายใน 12 เดือน เช่นเดียวกัน หากต้องการใช้สิทธิอ้างวันยื่นคำขอครั้งแรก
ยื่นคำขอในประเทศไทยก่อน แล้วเข้าสู่ระบบ PCT จะต้องยื่นคำขอ PCT ภายใน 12 เดือน เพื่อรักษาสิทธิในการอ้างวันยื่นคำขอเดิม
หากยื่นคำขอผ่านระบบ PCT เป็นคำขอแรก ผู้ยื่นจะมีเวลาสูงสุดประมาณ 30–31 เดือน (ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำขอในแต่ละประเทศ (National Phase) ทำให้มีเวลามากขึ้นในการวางแผนธุรกิจ เลือกประเทศ และบริหารงบประมาณ
หากมีการผลิต จำหน่าย หรือทำตลาดในต่างประเทศ การจดสิทธิบัตรในประเทศนั้นจะช่วยให้เจ้าของสิทธิมีสิทธิห้ามผู้อื่นผลิต ใช้ จำหน่าย หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดสิทธิได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น
สิทธิบัตรต่างประเทศช่วยสนับสนุนการขยายตลาด การส่งออกสินค้า การร่วมทุน และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เนื่องจากช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลงานได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง
การได้รับสิทธิบัตรในหลายประเทศช่วยเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการระดมทุนได้
การยื่นคำขอก่อนเข้าสู่ตลาดต่างประเทศช่วยลดโอกาสที่ผู้อื่นจะนำสิ่งประดิษฐ์ไปจดทะเบียนก่อน หรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
เป็นการยื่นคำขอตรงเข้าประเทศเป้าหมายโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีประเทศเป้าหมายแล้ว 1-2 ประเทศ และต้องการความรวดเร็วในการปกป้องสิทธิ เช่น มีแผนที่จะทำธุรกิจในประเทศเป้าหมายภายใน 12 เดือน
เหมาะสำหรับผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดหาประเทศเป้าหมาย และต้องการเวลาในการวางแผนขยายตลาดหลายประเทศ ช่วยให้สามารถยื่นคำขอเพียงครั้งเดียวและมีเวลาในการตัดสินใจเลือกประเทศปลายทางภายหลัง ซึ่งระบบนี้จะช่วยขยายระยะเวลาในการเตรียมตัวยื่นเข้าประเทศปลายทางออกไปได้ถึง 30 -31 เดือนเลยทีเดียว
การเลือกประเทศและรูปแบบการยื่นควรพิจารณาจากแผนธุรกิจ ตลาดเป้าหมาย งบประมาณ และโอกาสในการใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรในอนาคต
ประเมินแผนธุรกิจและแนะนำประเทศที่เหมาะสมในการยื่นคำขอ เพื่อให้การลงทุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาเกิดความคุ้มค่าสูงสุด เช่น Patent Landscape, FTO, Market Entry Stretegy เป็นต้น
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกำหนดเวลา สิทธิในการอ้างสิทธิ (Priority Claim) และเลือกแนวทางการยื่นที่เหมาะสม
ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและคำขอรับสิทธิบัตร พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนยื่นในประเทศเป้าหมาย เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความราบรื่นของกระบวนการดำเนินงาน
ติดตามสถานะคำขอ การตอบข้อโต้แย้ง และประสานงานจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
STEP 1
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประดิษฐ์ ประเทศเป้าหมาย และแผนการขยายตลาด
STEP 2
วางแผนการยื่นคำขอ เลือกประเทศ และกำหนดแนวทางที่เหมาะสม
STEP 3
จัดเตรียมเอกสาร แปลภาษาให้ตรงกับประเทศปลายทาง ตรวจสอบคำขอ และดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นจด
STEP 4
ดำเนินการยื่นคำขอ ติดตามกระบวนการ ดูแลการรักษาสิทธิและการต่ออายุ
ไม่คุ้มครอง สิทธิบัตรมีผลเฉพาะในประเทศที่ได้รับการจดทะเบียนเท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองในต่างประเทศ ต้องยื่นคำขอเข้าประเทศนั้น ๆ
ได้ โดยสามารถยื่นแยกในแต่ละประเทศ หรือใช้ระบบ PCT เพื่อวางแผนการยื่นในหลายประเทศ
ไม่ใช่ PCT เป็นเพียงระบบอำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอผ่านช่องทางเดียว ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิบัตรในทุกประเทศโดยอัตโนมัติ
ขึ้นอยู่กับกฎหมายและกระบวนการพิจารณาของแต่ละประเทศ โดยทั่วไปอาจใช้เวลารวมตั้งแต่ 2-7 ปี ขึ้นอยู่กับประเทศและเส้นทางการยื่นคำขอที่เลือก เช่น อเมริกา 1-4 ปี ยุโรป 3-5 ปี เป็นต้น
ขึ้นอยู่กับช่องทางในการยื่น จำนวนประเทศที่ยื่น ภาษา ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าตัวแทน และความซับซ้อนของคำขอ
รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศให้เหมาะกับเป้าหมายธุรกิจของคุณ
กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา
หลังได้รับข้อมูลของท่าน ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว
กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา
หลังได้รับข้อมูลของท่าน ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว
กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูล
หรือขอใบเสนอราคา หลังได้รับข้อมูลของท่าน
ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับโดยเร็ว