สิทธิบัตร PCT คืออะไร? ยื่นครั้งเดียว รักษาสิทธิสู่ตลาดโลก

PCT คืออะไร

ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก: ปลดล็อกโอกาสด้วย ‘สิทธิบัตร PCT’ ที่นักประดิษฐ์และธุรกิจยุคใหม่ควรรู้

หากคุณคือนักประดิษฐ์ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจที่มีความฝันอยากนำนวัตกรรมล้ำหน้าออกสู่ตลาดโลกใช่ไหม? แต่ความกังวลในการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ ทั้งเรื่องภาษา เอกสาร และกฎหมายที่แตกต่างกัน อาจทำให้คุณรู้สึกท้อใจใช่ไหม? ไม่ต้องกังวล! คำตอบของปัญหาเหล่านี้คือ ‘ระบบ PCT’ (Patent Cooperation Treaty) ซึ่งเป็นทางลัดสู่การปกป้องสิ่งประดิษฐ์ของคุณในต่างประเทศให้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียว!

สิทธิบัตร PCT คืออะไร?

สิทธิบัตร PCT คือ การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรระหว่างประเทศเพียงครั้งเดียว ภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อ รักษาสิทธิ ในการยื่นขอความคุ้มครองในประเทศสมาชิกกว่า 150 ประเทศได้ภายหลัง โดยตัวมันเองยังไม่ใช่การรับจดทะเบียนสิทธิบัตร

✅ ยื่นครั้งเดียว เพื่อรักษาสิทธิในการยื่นขอสิทธิบัตรได้มากกว่า 150 ประเทศ
✅ ยืดเวลาตัดสินใจเลือกประเทศเป้าหมาย
✅ เหมาะกับคนที่มีแผนทำตลาดในต่างประเทศ

เป็นระบบที่ใช้สำหรับการอำนวยความสะดวกในการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศช่องทางนึงที่นิยมและสะดวกที่สุด เนื่องจากมีระยะเวลาในการที่จะยื่นตรงเข้าประเทศเป้าหมาย 18-30 เดือน เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการเวลาในการหาทุนสนับสนุนและหาประเทศเป้าหมาย เช่น

  • ผู้ประกอบการที่วางแผนขยายตลาดไปต่างประเทศ
  • Startup / SME ที่มีนวัตกรรมและต้องการหานักลงทุนต่างชาติ
  • นักวิจัย / นักประดิษฐ์ ที่ต้องการให้ผลงานได้รับความคุ้มครองระดับสากล
  • บริษัทที่ต้องการสิทธิบัตรหลายประเทศเพื่อเจรจาธุรกิจ / ออก license

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ: ‘การยื่นสิทธิบัตรผ่านระบบ PCT’ ไม่ใช่สิทธิบัตรสากลที่จะได้รับการคุ้มครองทันทีในทุกประเทศ! แต่เป็น ‘สะพานเชื่อม’ ที่ช่วยให้คุณสามารถขอรับสิทธิบัตรในประเทศปลายทางได้ง่ายขึ้นและมีเวลาในการเตรียมตัวมากขึ้น

กระบวนการนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะสำคัญ ดังนี้:

           1. International Phase
           2. National Phase

International phase

คือขั้นตอนระหว่างประเทศ ขั้นตอนนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนรับจดสิทธิบัตร แต่เป็นขั้นตอนก่อนเข้าประเทศปลายทาง ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์และเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) โดยผู้ยื่นจะต้องทำการเลือกองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ (ISA) เพื่อจัดทำรายงานการค้นหาระหว่างประเทศ (ISR) และความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ของคุณ (เช่น ความใหม่, ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น, ความสามารถในการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม) นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่คุณจะได้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประเมินศักยภาพของสิ่งประดิษฐ์ของคุณ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนหรือยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรในแต่ละประเทศ โดยมี 4 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 18-22 เดือน ดังนี้

PCT timeline

PCT Filing การยื่นคำขอระหว่างประเทศ

ปัจจุบันสามารถยื่นคำขอได้ 2 ช่องทาง คือจะไปยื่นเองที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือยื่นคำขอผ่านระบบ e-filling ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้ และในกรณีที่ต้องการเคลมวันยื่นคำขอ ณ ตั้งแต่วันยื่นคำขอสิทธิบัตรในประเทศไทย (Claim Priority หรือ Priority Date) จะต้องยื่นภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอในประเทศไทย ผู้ขอจะต้องเลือกหน่วยงาน ISA (International Searching Authority) ในการตรวจสอบ 1 ประเทศ เช่น ถ้าเลือกเป็นสหรัฐอเมริกา ผู้ขอจะต้องยื่นคำขอเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเลือกญี่ปุ่นผู้ขอก็จะต้องยื่นคำขอเป็นภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น
จากนั้นทางกรมฯ จะทำการตรวจรับคำขอ – กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะตรวจรับคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ว่ามีความครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ หาพบข้อบกพร่องจะต้องทำการยื่นแก้ไขให้ครบถ้วนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ

International Search Report หรือ ISR

เป็นขั้นตอนรายงานผลการค้นหาระหว่างประเทศ พร้อมความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับความใหม่และความสามารถในการประดิษฐ์ของสิ่งประดิษฐ์ รายงานนี้จัดทำโดยสำนักงานค้นหาระหว่างประเทศ (International Searching Authority – ISA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศที่ผู้ขอเลือกไว้ตอนยื่นคำขอ PCT
จากนั้น ISA จะส่งรายงานฉบับนี้ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ (นักประดิษฐ์หรือบริษัท) และจัดส่งสำเนาให้ WIPO เพื่อใช้ประกอบในการเผยแพร่ต่อสาธารณะในขั้นตอนถัดไป รายงาน ISR ช่วยให้ผู้ขอประเมินได้เบื้องต้นว่า คำขอของตนมีแนวโน้มที่จะได้รับสิทธิบัตรในประเทศต่าง ๆ หรือไม่ โดยทั่วไป ISA จะต้องจัดทำและส่งรายงานฉบับนี้ภายใน 16 เดือนนับจากวันยื่นคำขอแรก (priority date)

Publication of International Application with ISR

เป็นการประกาศโฆษณาเพื่อเผยแพร่งานประดิษฐ์ที่ยื่นคำขอไประหว่างประเทศต่อสาธารณะโดย WIPO ผ่านทางเว็บไซต์ PATENTSCOPE โดยใช้ระยะเวลา 18 เดือน นับตั้งแต่วันทียื่นคำขอแรก (priority date) และประกอบด้วย
     – รายละเอียดคำขอสิทธิบัตรฉบับเต็ม
     – รายงานผลการค้นหาระหว่างประเทศ (ISR)
     – ความเห็นเบื้องต้นจาก ISA
WIPO จะแสดงข้อมูลทั้งหมดไว้ในระบบออนไลน์ เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น นักลงทุน, คู่แข่ง, ทนายความ, นักวิจัย, หน่วยงานรัฐ หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเห็นแนวโน้มของสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ และหลีกเลี่ยงการละเมิดโดยไม่ตั้งใจ

International Preliminary Examination หรือ IPE

เป็นขั้นตอนการตรวจสอบการประดิษฐ์เบื้องต้นระหว่างประเทศ เป็นขั้นตอนเพิ่มเติมในระบบ PCT ที่ผู้ขอสามารถเลือกดำเนินการได้โดยสมัครใจ หลังจากได้รับรายงานผลการค้นหาระหว่างประเทศ (ISR) และต้องการชี้แจงหรือปรับปรุงคำขอของตนให้มีแนวโน้มได้รับสิทธิบัตรมากขึ้น ขั้นตอนนี้ดำเนินการโดย สำนักงานตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ (International Preliminary Examining Authority หรือ IPEA) ซึ่งผู้ขอสามารถเลือกประเทศที่ต้องการให้ทำการตรวจสอบได้
การยื่นขอ IPE มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ขอมีโอกาสชี้แจง ตอบข้อคิดเห็น หรือแก้ไขคำขอ ตามข้อเสนอแนะใน ISR และรับความเห็นเพิ่มเติมจากผู้ตรวจสอบในระดับสากล โดยผลลัพธ์คือรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างประเทศ (IPER) ซึ่งให้ความเห็นว่าการประดิษฐ์นั้นเป็นของใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์ และสามารถประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรมหรือไม่

✅ ข้อดีของการยื่น IPE:

     – เพิ่มโอกาสได้รับสิทธิบัตรในประเทศต่าง ๆ โดยลดข้อบกพร่องจาก ISR
     – สร้างความมั่นใจก่อนเข้าสู่ขั้นตอน National Phase
     – ใช้ IPER เป็นข้อมูลสนับสนุนในการยื่นในบางประเทศ

⚠️ ข้อจำกัดของการยื่น IPE:

     – มีค่าใช้จ่าย และระยะเวลาเพิ่มขึ้น
     – ไม่ใช่ทุกประเทศจะใช้ผล IPER เป็นเกณฑ์หลัก
     – ไม่รับประกันว่าจะได้สิทธิบัตรจริงในประเทศปลายทาง

สิ่งที่สำคัญคือ คำขอ PCT ในขั้นตอนนี้ไม่ใช่ระบบรับจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร เพราะการจะได้รับจดในแต่ละประเทศนั้น ต้องขึ้นกับการตรวจสอบตามขั้นตอนและเงื่อนไขของกฎหมายแต่ละประเทศ ดังนั้น การยื่นคำขอผ่านระบบ PCT จะเป็นเพียงขั้นตอนแรก (International phase) ของการขอรับสิทธิบัตรเท่านั้น ไม่มีการรับจดทะเบียนแต่อย่างใด หากต้องการขอรับความคุ้มครองในประเทศใด จำเป็นจะต้องยื่นในขั้นตอนขาเข้าของประเทศปลายทางอีกครั้งหนึ่ง (National phase)

National phase

เป็นขั้นตอนการขอรับความคุ้มครองในประเทศปลายทาง ซึ่งผู้ขอจะมีเวลา 30 เดือน (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ) นับจากวันที่ยื่นคำขอในเฟสแรก (International Phase) หรือวันที่ยื่นคำขอสิทธิบัตรในประเทศไทย (กรณี Claim priority) โดยผู้ขอต้องดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายของประเทศนั้น ๆ เพราะแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองเป็นสิทธิบัตรแตกต่างกันไป เช่น สหรัฐอเมริกาไม่มีระบบอนุสิทธิบัตร (utility model) ขณะที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีระบบดังกล่าวแยกต่างหาก ประเภทงานที่รับคุ้มครองและเกณฑ์การพิจารณาจึงต่างกันไป

เพราะฉะนั้น ในเฟสนี้ควรจะอ้างอิงรายงานการตรวจค้นจาก International Phase มาประกอบการตัดสินใจ เช่น ในกรณีที่ไม่ผ่านในเรื่องของขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (Inventive Step) เราควรจัดการอย่างไร หรือควรจะเลือกประเทศใดเป็นประเทศเป้าหมาย เป็นต้น

ซึ่งเมื่อเลือกประเทศเป้าหมายได้แล้ว ก็ดำเนินการยื่นคำขอ แต่ละประเทศก็จะมีขั้นตอนการตรวจสอบคำขอ รายงานผลการตรวจสอบ การประกาศโฆษณา การตรวจสอบการประดิษฐ์ การรับจดทะเบียนคุ้มครอง พร้อมกับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี ตามกฏหมายของแต่ละประเทศ

ประโยชน์หลักที่คุณจะได้รับจากระบบ PCT

  1. ยืดเวลาการตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด: คุณจะมีเวลาสูงสุดถึง 30 เดือน ในการวิเคราะห์ตลาด ศึกษาคู่แข่ง หาพันธมิตร หรือระดมทุน ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในการยื่นจดสิทธิบัตรในประเทศเป้าหมายแต่ละแห่ง
  2. ประหยัดค่าใช้จ่ายเริ่มต้น: ระบบ PCT ช่วยให้คุณสามารถชะลอการลงทุนก้อนใหญ่ในการแปลเอกสารและค่าธรรมเนียมการยื่นในแต่ละประเทศออกไปได้ ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะเริ่มต้น
  3. ลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลที่แม่นยำ: รายงานการค้นหาระหว่างประเทศ (ISR) ที่คุณได้รับใน International Phase จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณประเมินศักยภาพและความเป็นไปได้ในการได้รับสิทธิบัตรในประเทศต่างๆ ทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะลงทุนในประเทศใดที่คุ้มค่าที่สุด
  4. เปิดโอกาสสู่การเจรจาธุรกิจและดึงดูดนักลงทุน: การมีคำขอ PCT ที่ได้รับการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติหรือบริษัทคู่ค้าซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) หรือการพัฒนาต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้

ข้อควรรู้และเตรียมพร้อมสำหรับระบบ PCT

แม้ระบบ PCT จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยัมีข้อควรทราบและต้องเตรียมพร้อมดังนี้

  • PCT ไม่ใช่สิทธิบัตรสากล: คุณยังคงต้องดำเนินการใน National Phase ของแต่ละประเทศเพื่อขอรับการคุ้มครองตามกฎหมายในแต่ละประเทศ
  • มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง: การเข้าสู่ National Phase ในแต่ละประเทศจะมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าแปลเอกสาร เพราะฉะนั้นควรวางแผนเรื่องการลงทุนเพิ่มเติมด้วย
  • กฎหมายเฉพาะประเทศ: แต่ละประเทศมีกฎหมายและเกณฑ์การพิจารณาสิทธิบัตรที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ระบบ PCT ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหรือนักนวัตกรรมที่ต้องการขยายความคุ้มครองสิทธิบัตรไปยังต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนยื่นผ่านระบบ PCT แนะนำว่าควรหารือหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากยังคงมีปัจจัยที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น การเลือกช่องทางการยื่นต่างประเทศที่เหมาะสมกับความต้องการ งบประมาณ และระยะเวลา เป็นต้น

การก้าวสู่นวัตกรรมระดับโลกไม่จำเป็นต้องยุ่งยากและสับสนอีกต่อไป! AKIP Venture ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร พร้อมเป็นที่ปรึกษาคู่คิด ตั้งแต่ขั้นตอนการสืบค้นและประเมินความเป็นไปได้ ไปจนถึงการจัดเตรียมคำขอ การดำเนินการยื่นคำขอ PCT การดูแลและติดตามสถานะ และการดำเนินการในขั้นตอน National Phase ในประเทศปลายทางที่คุณเลือกด้วยเครือข่ายตัวแทนทั่วโลก เราจะช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ของคุณได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายในทุกตลาดที่คุณต้องการ

ให้เราช่วยนำทางไอเดียของคุณสู่ความสำเร็จระดับสากลได้อย่างมั่นใจ

📞 โทร. 065-989-9815
💬 Line ID: @akipventure (อย่าลืมใส่ @)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PCT (FAQs)

ยื่น PCT ต้องยื่นสิทธิบัตรในไทยก่อนไหม?

ไม่จำเป็น สามารถยื่น PCT เป็นคำขอแรกได้เลย แต่ผู้ยื่นส่วนใหญ่นิยมยื่นในไทยก่อนเพื่อรักษา priority date แล้วค่อยยื่น PCT ภายใน 12 เดือน

PCT ใช้ระยะเวลาทั้งหมดกี่ปี?

International Phase ราว 18–22 เดือน จากนั้นเข้า National Phase ซึ่งระยะเวลาตรวจสอบขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยทั่วไปรวมแล้วอาจใช้เวลาหลายปี

อนุสิทธิบัตรยื่นผ่าน PCT ได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศปลายทาง บางประเทศเปิดให้เข้า National Phase ในรูปแบบ utility model ได้ บางประเทศไม่มีระบบนี้เลย