ตรวจสอบเครื่องหมายการค้า ด้วยตัวเอง 8 ขั้นตอน ก่อนจดทะเบียน (อัปเดต 2026)

ตรวจสอบเครื่องหมายการค้า ด้วยตัวเอง 8 ขั้นตอน ก่อนจดทะเบียน (อัปเดต 2026)

การตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนจดทะเบียนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ต้น ก่อนลงทุนผลิตฉลากสินค้า จัดทำป้าย หรือทำการตลาด แม้ระบบค้นหาข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) จะเปิดให้ใช้ได้ฟรี แต่การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจว่าควรค้นอะไร ค้นอย่างไร และอ่านผลอย่างไร

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกจำพวกสินค้าและบริการ การค้นหาชื่อทั้ง 4 รูปแบบ เสียงเรียกขาน และความคล้ายคลึงของโลโก้ ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงและข้อจำกัดของการค้นหาด้วยตัวเอง

 

การตรวจสอบเครื่องหมายการค้า คืออะไร? ตรวจไปทำไม

การตรวจสอบเครื่องหมายการค้า (Trademark Search / Availability Check) คือการค้นหาว่าชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่คุณต้องการใช้ มีเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่เหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนในสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมประเมินเบื้องต้นว่าเครื่องหมายของคุณมีลักษณะที่สามารถจดทะเบียนได้หรือไม่

ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนได้ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้าม และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว (ตามมาตรา 6, 7, 8 และ 13) ดังนั้น การตรวจสอบก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนจึงควรตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อดังนี้

ตรวจแล้วได้อะไร?

  • ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอจดทะเบียน เพราะชื่อหรือโลโก้เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่น
  • ลดความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมาย ถูกฟ้องร้อง หรืออาจต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์หลังจากลงทุนไปแล้ว
  • ช่วยเลือกจำพวกสินค้าหรือบริการให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ และวางแผนขอบเขตการคุ้มครองเครื่องหมาย
  • ช่วยตัดสินใจเรื่องชื่อแบรนด์ได้เร็วขึ้น ก่อนลงทุนออกแบบ ผลิตสินค้า หรือทำการตลาด

 

ตรวจแล้วไม่ได้อะไร?

การตรวจสอบเครื่องหมายการค้าด้วยตนเองเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ผลสุดท้ายขึ้นกับการพิจารณาของนายทะเบียนและข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ จึงไม่สามารถรับประกันผลการจดทะเบียนได้ล่วงหน้า แม้ว่าจะตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็ตาม

 

ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าได้ที่ไหนบ้าง?

ช่องทางใช้ทำอะไรข้อควรรู้
ระบบสืบค้นเครื่องหมายการค้าของ DIPค้นหาชื่อ รูป เสียงเรียกขานของเครื่องหมายที่คล้ายกัน และดูสถานะคำขอใช้ฟรี ผ่านเว็บไซต์ DIP (ipthailand.go.th) ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนตามการปรับปรุงระบบ
ระบบค้นหารายการและจำพวกสินค้าหรือบริการของ DIPค้นหาจำพวกและรายการที่สอดคล้องกับธุรกิจช่วยเตรียมรายการและจำพวกสินค้าและบริการสำหรับยื่นคำขอ
ระบบ e-Filing ของ DIPยื่นคำขอและดำเนินการเกี่ยวกับคำขอผ่านระบบออนไลน์เป็นช่องทางสำหรับยื่นคำขอ ไม่ใช่เครื่องมือหลักสำหรับค้นหาเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้าย
ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาช่วยค้นหาเครื่องหมายเชิงลึก วิเคราะห์ความเสี่ยง วางกลยุทธ์ชื่อและโลโก้ก่อนยื่นคำขอมีค่าบริการ แต่ช่วยลดโอกาสพลาดจากการอ่านผลผิด
ฐานข้อมูลต่างประเทศ (เช่น WIPO Global Brand Database)ค้นหาข้อมูลเครื่องหมายในต่างประเทศเหมาะสำหรับธุรกิจที่วางแผนขยายตลาดต่างประเทศ

หมายเหตุ: ระบบค้นหาของ DIP ใช้ค้นหาเครื่องหมายการค้าเท่านั้น ไม่รวมถึงการตรวจสอบชื่อบริษัทหรือลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ การจดทะเบียนชื่อนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้าโดยอัตโนมัติ และไม่ได้รับประกันว่าผู้อื่นจะไม่สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้ชื่อเดียวกันได้ จึงควรตรวจสอบเครื่องหมายการค้าแยกต่างหากก่อนนำชื่อไปใช้ในธุรกิจ

 

ก่อนค้น: เข้าใจองค์ประกอบของเครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้ามีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบอาจต้องใช้วิธีค้นหาที่แตกต่างกัน

  • คำหรือชื่อ: เช่น ชื่อแบรนด์ ตัวอักษร ตัวเลข
  • รูปภาพหรือโลโก้: ภาพ สัญลักษณ์ ลวดลาย
  • คำผสมรูป: ชื่อแบรนด์ที่ใช้ร่วมกับโลโก้หรือสัญลักษณ์
  • เครื่องหมายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด: เช่น เครื่องหมายรูปทรงสามมิติ เครื่องหมายเสียง (ตรวจรายละเอียดกับ DIP)

หลักคิดสำคัญ: ความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าพิจารณาโดยภาพรวม ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกส่วน เครื่องหมายที่ต่างกันบางส่วนแต่ให้ความรู้สึกหรือเสียงเรียกคล้ายกันก็อาจถูกมองว่าคล้ายกันได้

8 ขั้นตอนตรวจสอบเครื่องหมายการค้าด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดสินค้าและบริการที่จะใช้เครื่องหมายให้ชัดเจน

ระบุสินค้าและบริการที่ต้องการใช้เครื่องหมายการค้าให้ครบถ้วน ทั้งที่ขายอยู่ในปัจจุบันและที่วางแผนจะขยายธุรกิจในอนาคต เช่น “เครื่องสำอาง”, “ร้านกาแฟ”, “แอปพลิเคชันจองคิว” เพราะการประเมินความเสี่ยงไม่ได้พิจารณาเฉพาะชื่อแบรนด์ แต่ต้องดูประเภทสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องด้วย

ขั้นตอนที่ 2: เลือกจำพวกสินค้าและบริการให้ตรง

DIP จำแนกสินค้าและบริการเป็น 45 จำพวก (สินค้า จำพวกที่ 1-34 และบริการ จำพวกที่ 35-45 ตามการจัดกลุ่มระหว่างประเทศ) โดยอ้างอิงตามระบบนีซ (Nice Classification) โดยควรค้นหารายการสินค้าและบริการที่ตรงกับธุรกิจผ่านระบบของ DIP และจดบันทึกจำพวกที่เกี่ยวข้องไว้ เพราะธุรกิจหนึ่งอาจครอบคลุมหลายจำพวก เช่น ร้านอาหารที่ขายซอสบรรจุขวดด้วย

ข้อควรระวัง: ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเสื้อผ้าอาจต้องดูจำพวกเสื้อผ้า (จำพวก 25) ควบคู่กับร้านค้าปลีก (จำพวก 35) และถ้ามีรายการสินค้าเฉพาะ ให้ใช้ถ้อยคำตามรายการของ DIP เพื่อให้ผลการค้นสอดคล้องกับตอนยื่นจริง (ตรวจสอบเลขจำพวกกับ DIP ก่อนยื่น)

ขั้นตอนที่ 3: ค้นหาจากคำหรือชื่อให้ครบทั้ง 4 รูปแบบ

ในเมนูตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมาย ให้ค้นหาชื่อแบรนด์ของคุณด้วยรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมเครื่องหมายที่อาจเหมือนหรือคล้ายกัน

  1. คำเหมือน: ตรงกันทุกตัวอักษร
  2. บางส่วนเหมือน: มีคำหรือข้อความบางส่วนตรงกัน
  3. ส่วนหน้าเหมือน: ขึ้นต้นด้วยคำหรือข้อความเดียวกัน
  4. ส่วนท้ายเหมือน: ลงท้ายด้วยคำหรือข้อความเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติ: ถ้าจะใช้ชื่อ “SUNRISE” ควรค้น SUNRISE (เหมือน), RISE (บางส่วน), SUN (ส่วนหน้า) และ SUNRISE ในหลายการสะกดที่ใกล้เคียง เช่น SANRISE

นอกจากนี้ ควรค้นหาทั้งแบบระบุจำพวกสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง และแบบไม่ระบุจำพวก เพื่อพิจารณาเครื่องหมายในกลุ่มสินค้าและบริการอื่นที่อาจมีความเกี่ยวข้องกัน

ขั้นตอนที่ 4: ค้นหาตามเสียงเรียกขาน และการสะกดแปรผัน

เครื่องหมายอาจมีเสียงเรียกขานคล้ายกัน แม้จะสะกดต่างกัน จึงควรค้นหาชื่อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

  • ตัวสะกดต่างกัน แต่ออกเสียงคล้ายกัน เช่น C/K, S/Z, PH/F, X/KS
  • คำภาษาไทยและคำภาษาอังกฤษที่ออกเสียงคล้ายกัน (ทั้งแบบทับศัพท์และแบบถอดเสียง)
  • การเติม/ตัดตัวอักษรเล็กน้อย การสลับตำแหน่ง หรือการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก
  • คำที่ความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกันในต่างภาษา

ระบบค้นหาอาจไม่แสดงเครื่องหมายที่มีเสียงคล้ายกันครบทุกกรณี โดยเฉพาะการค้นหาข้ามภาษา จึงควรทดลองค้นหาหลายรูปแบบ และพิจารณาว่าผู้บริโภคทั่วไปอ่านหรือเรียกชื่อแบรนด์อย่างไร

ขั้นตอนที่ 5: ค้นหาโลโก้หรือเครื่องหมายรูป

การค้นหาเครื่องหมายที่เป็นรูปภาพหรือโลโก้อาจซับซ้อนกว่าการค้นหาชื่อ เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งรูปร่างและองค์ประกอบของภาพ โดยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ระบุประเภทหรือคำอธิบายรูปที่ระบบรองรับ เช่น วงกลม สัตว์ ดวงดาว (ใช้คำที่ใกล้เคียงหลายคำ)
  • กรองตามจำพวกสินค้าและบริการ แล้วตรวจสอบภาพผลลัพธ์ทีละหน้า
  • เปรียบเทียบภาพรวม ทั้งรูปทรง องค์ประกอบ และความรู้สึกแรกที่เห็น
  • ถ้าเป็นคำผสมรูป ให้ค้นหาทั้งส่วนคำและส่วนรูปแยกกัน

ข้อจำกัด: การค้นหาโลโก้อาจไม่พบเครื่องหมายที่คล้ายกันทั้งหมด เนื่องจากผลลัพธ์อาศัยการจัดหมวดและคำอธิบายของระบบ จึงควรทดลองค้นหาหลายรูปแบบ และอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนนำโลโก้ไปใช้ในธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบสถานะของเครื่องหมายที่พบ

เมื่อพบเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อหรือโลโก้ที่ต้องการใช้ ให้เปิดดูรายละเอียดแต่ละรายการ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลต่อไปนี้

  • สถานะ: อยู่ระหว่างพิจารณา จดทะเบียนแล้ว ถูกปฏิเสธ ถอนคำขอ หมดอายุ หรือถูกเพิกถอน
  • วันยื่นคำขอและวันจดทะเบียน: ใช้ประกอบการตรวจสอบลำดับการยื่นและข้อมูลสิทธิ
  • จำพวกสินค้าและบริการ: ตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมากน้อยเพียงใด
  • เจ้าของเครื่องหมาย: ใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะเครื่องหมายที่อาจเป็นที่รู้จัก

เครื่องหมายที่อยู่ระหว่างพิจารณาก็ควรนำมาประเมินความเสี่ยง เพราะอาจได้รับการจดทะเบียนในภายหลัง ส่วนเครื่องหมายที่หมดอายุหรือถูกเพิกถอนแล้ว แม้อาจไม่มีสถานะความคุ้มครอง แต่ก็ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจใช้ชื่อหรือโลโก้ดังกล่าว

ขั้นตอนที่ 7: ประเมินความเหมือนคล้ายและลักษณะบ่งเฉพาะ

การประเมินความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าควรพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถใช้คำถามต่อไปนี้เป็นแนวทางในการประเมินเบื้องต้น

ปัจจัยคำถามที่ควรถาม
เสียงเรียกขานชื่อเครื่องหมายออกเสียงเหมือนหรือคล้ายกันจนผู้บริโภคอาจสับสนหรือไม่
รูปลักษณ์ตัวอักษร สี รูปทรง หรือองค์ประกอบโดยรวมมึความใกล้เคียงกันไหม
ความหมายชื่อหรือสัญลักษณ์สื่อแนวคิดหรือความหมายคล้ายกันไหม
สินค้าและบริการอยู่ในจำพวกเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกันจนผู้บริโภคอาจเข้าใจว่ามาจากแหล่งเดียวกันไหม
ผู้บริโภคเป้าหมายผู้บริโภคสังเกตรายละเอียดหรือเลือกซื้ออย่างรวดเร็ว
ชื่อเสียงของเครื่องหมายเดิมเป็นเครื่องหมายที่คนรู้จักอย่างแพร่หลายหรือไม่

ลักษณะบ่งเฉพาะ: ถ้าชื่อแบรนด์เป็นเพียงคำที่บอกลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง เช่น “กาแฟอร่อย” สำหรับสินค้ากาแฟ หรือเป็นคำสามัญที่ใช้เรียกสินค้านั้นโดยทั่วไป ก็อาจถูกมองว่าขาดความบ่งเฉพาะ ชื่อที่คิดขึ้นใหม่ (Coined Word) หรือคำที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าโดยตรงมักบ่งเฉพาะกว่า

เครื่องหมายต้องห้าม: ตรวจสอบเบื้องต้นว่าชื่อหรือโลโก้ไม่ไปเลียนแบบหรือแสดงสัญลักษณ์ที่กฎหมายห้าม เช่น พระปรมาภิไธย ตราแผ่นดิน ธงชาติ ตราสัญลักษณ์ขององค์กรหรือหน่วยงาน ชื่อเสียงของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป (ตามมาตรา 8)

ขั้นตอนที่ 8: สรุปผลเป็นระดับความเสี่ยง แล้วตัดสินใจ

จัดผลการค้นเป็น 3 ระดับ

ระดับลักษณะที่พบแนวทางเบื้องต้น
ต่ำไม่พบเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายในจำพวกที่เกี่ยวข้อง และชื่อมีลักษณะบ่งเฉพาะดำเนินการยื่นคำขอโดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้อื่นจะยื่นคำขอก่อน
กลางพบเครื่องหมายคล้ายบางส่วนในจำพวกใกล้เคียง หรือชื่อค่อนข้างบรรยายถึงสินค้าปรับแก้ชื่อหรือโลโก้ให้แตกต่างชัดเจนขึ้น หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สูงพบเครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายกันมากในจำพวกเดียวกัน หรือมีความคล้ายคลึงกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงเปลี่ยนชื่อหรือโลโก้ก่อนลงทุน หรือหาแนวทางขออนุญาตหรือซื้อสิทธิ

อย่าตีความว่า “ไม่พบ” เท่ากับ “ปลอดภัยแน่นอน” เพราะอาจมีคำขอที่ยื่นไว้แต่ยังไม่แสดงในระบบ เครื่องหมายที่ใช้จริงโดยไม่ได้จดทะเบียน หรือเครื่องหมายต่างประเทศที่ดังในไทย

 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตรวจสอบเครื่องหมายการค้า

  1. ค้นหาเฉพาะชื่อที่สะกดตรงกันทุกตัวอักษร แล้วสรุปว่าไม่มีเครื่องหมายที่ซ้ำกัน ทั้งที่เครื่องหมายคล้ายมักไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
  2. ไม่ค้นหาเสียงอ่านและการสะกดแปรผัน โดยเฉพาะชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่อาจออกเสียงคล้ายกัน แม้จะเขียนไม่เหมือนกัน
  3. ค้นหาเฉพาะจำพวกเดียว ทั้งที่สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกันอาจอยู่ต่างจำพวกกันได้
  4. ละเลยการตรวจโลโก้ เพราะค้นหาได้ยาก ทั้งที่โลโก้เป็นส่วนที่เสี่ยงสับสนมาก
  5. ไม่ตรวจสอบคำขอที่อยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งอาจได้รับการจดทะเบียนในภายหลังและส่งผลต่อคำขอของคุณ
  6. ใช้ชื่อบริษัทที่จดแล้วเป็นหลักประกัน ทั้งที่เป็นคนละระบบกับเครื่องหมายการค้า และไม่ได้ให้สิทธิในลักษณะเดียวกัน
  7. ทำโลโก้และสั่งผลิตสินค้าก่อนค้นหาเครื่องหมาย ทำให้เสี่ยงเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากภายหลังพบว่าต้องเปลี่ยนชื่อหรือปรับโลโก้
  8. เลือกใช้ชื่อที่บรรยายลักษณะสินค้าโดยตรง เช่น ชื่อที่บอกประเภทสินค้าหรือคุณภาพ ซึ่งเสี่ยงขาดลักษณะบ่งเฉพาะ
  9. ตีความว่าค้นหาเองผ่านแล้วจะจดทะเบียนได้แน่นอน ทั้งที่การค้นหาเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น และการพิจารณาจริงเป็นดุลยพินิจของนายทะเบียน
  10. ไม่บันทึกผลการค้นหาและวันที่ค้นหา ทำให้ขาดข้อมูลอ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบผลการค้นหา ประเมินความเสี่ยง หรือใช้ประกอบการตัดสินใจ

ค้นแล้วพบเครื่องหมายคล้าย ควรทำอย่างไร?

  • กรณีเป็นคนละจำพวกและสินค้าไม่เกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน: ความเสี่ยงอาจลดลง แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพิ่มเติม เพราะบางกรณีสินค้าต่างจำพวกก็เกี่ยวข้องกัน
  • กรณีอยู่จำพวกเดียวกันและมีความคล้ายคลึงมาก: ควรพิจารณาเปลี่ยนชื่อหรือโลโก้ให้แตกต่างอย่างชัดเจน
  • กรณีต้องการใช้ชื่อหรือโลโก้เดิมต่อ: พิจารณาเจรจาขอความยินยอม ซื้อสิทธิ หรือทำสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ
  • กรณีพบว่ามีผู้อื่นใช้ชื่อที่คุณเคยใช้มาก่อน: เก็บหลักฐานการใช้เครื่องหมาย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนส่งหนังสือหรือดำเนินการใด ๆ
  • กรณีถูกปฏิเสธคำขอ: สามารถปรับแก้และยื่นใหม่ หรือพิจารณาอุทธรณ์ตามกระบวนการ โดยต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน

เมื่อตรวจแล้วควรจดเมื่อไร และขั้นต่อไปคืออะไร

ประเทศไทยให้ความสำคัญกับลำดับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ผู้ที่ยื่นก่อนมักได้เปรียบ ดังนั้นเมื่อมั่นใจเรื่องชื่อและโลโก้แล้ว ควรดำเนินการยื่นคำขอโดยเร็ว หลังยื่นแล้ว คำขอจะผ่านการตรวจสอบ ประกาศโฆษณา และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องคัดค้านตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อจดทะเบียนแล้ว เครื่องหมายจะมีอายุการคุ้มครอง 10 ปีนับแต่วันยื่นคำขอและต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปี

ดูขั้นตอนละเอียดและค่าธรรมเนียมที่จดเครื่องหมายการค้า ทำอย่างไร และภาพรวมที่เครื่องหมายการค้าคืออะไร

 

ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเอง หรือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดี?

 

ตรวจเอง

ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ

ค่าใช้จ่าย

ค้นหาผ่านระบบ DIP ได้ฟรี

มีค่าบริการ

เหมาะกับ

ต้องการตรวจสอบเบื้องต้น ธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ธุรกิจที่วางแผนลงทุนสร้างแบรนด์ มีเครื่องหมายซับซ้อน มีหลายจำพวก หรือมีแผนจะขยายต่างประเทศ

ข้อดี

เริ่มได้ทันที เห็นภาพรวม

ค้นหาครอบคลุมกว่า วิเคราะห์ความเสี่ยง และเสนอแนวทางปรับแก้

ข้อจำกัด

อ่านผลผิดได้ ประเมินความคล้ายคลึงของชื่อ เสียง และโลโก้ไม่ครบถ้วน

ต้องใช้เวลาและงบประมาณ

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเมื่อ:

  • กำลังวางแผนลงทุนทำแบรนด์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ หรือใช้งบประมาณในการทำโฆษณาจำนวนมาก
  • พบเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้าย และไม่แน่ใจว่าเสี่ยงต่อการใช้หรือจดทะเบียนแค่ไหน
  • มีโลโก้ที่ซับซ้อน หรือชื่อแบรนด์หลายภาษา
  • มีแผนจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรือมีสินค้าและบริการหลายจำพวก
  • ต้องการรายงานผลการค้นหาเพื่อประกอบการตัดสินใจขององค์กร

บริการของ AKIP Venture ครอบคลุมการค้นเครื่องหมายเชิงลึก (ชื่อ เสียงอ่าน โลโก้ และจำพวกสินค้าและบริการ) วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยง เสนอแนวทางปรับแก้ชื่อหรือโลโก้ ช่วยระบุจำพวกและรายการสินค้าและบริการ และยื่นจดทะเบียนผ่านระบบ DIP ติดตามสถานะและตอบคำสั่งเจ้าหน้าที่ ดูบริการเครื่องหมายการค้า

สรุป

การค้นหาเครื่องหมายการค้าที่ดีไม่ใช่แค่พิมพ์ชื่อลงช่องค้นหา แต่คือการกำหนดสินค้าและบริการ เลือกจำพวกที่เกี่ยวข้อง ค้นหาชื่อหลายรูปแบบ ค้นหาเสียงอ่านและการสะกดที่แตกต่างกัน ค้นหาโลโก้ ตรวจสอบสถานะ ประเมินความเหมือนคล้ายและลักษณะบ่งเฉพาะ แล้วสรุปเป็นระดับความเสี่ยง การค้นหาเองให้ภาพเบื้องต้นที่มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่การรับประกันผล เมื่อแบรนด์สำคัญหรือผลการค้นหากำกวม การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจซ้ำจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์ภายหลังได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ปรึกษาเบื้องต้นฟรี กับทีมผู้เชี่ยวชาญ AKIP Venture

ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือภาคเอกชน หากต้องการให้ตรวจชื่อ โลโก้ และประเมินความเสี่ยงก่อนจดทะเบียน ติดต่อทีมของเราได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการตรวจสอบเครื่องหมายการค้า

A: ค้นหาได้ผ่านระบบค้นหาเครื่องหมายการค้าบนเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ซึ่งใช้ได้ฟรี หรือใช้บริการที่ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญาได้

A: การค้นหาด้วยระบบของ DIP ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนการให้ผู้เชี่ยวชาญค้นหาเชิงลึกมีค่าบริการตามขอบเขตงาน

A: ควรค้นชื่อ (เหมือนทั้งหมด, เหมือนบางส่วน, เหมือนส่วนหน้า, เหมือนส่วนท้าย) เสียงอ่านและการสะกดแปรผัน โลโก้ และตรวจสอบสถานะของเครื่องหมายที่พบ โดยกรองตามจำพวกที่เกี่ยวข้อง

A: ไม่แน่นอน การค้นหาไม่พบในระบบไม่ได้รับประกันผล เพราะนายทะเบียนพิจารณาตามข้อเท็จจริงของคำขอ รวมถึงลักษณะบ่งเฉพาะ เครื่องหมายต้องห้าม และความเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายอื่น

A: ค้นหาเครื่องหมายรูปผ่านระบบ DIP โดยกรองตามจำพวกและคำอธิบายรูป แล้วตรวจดูผลลัพธ์ ทั้งนี้ ควรทดลองค้นหาหลายรูปแบบ เพราะผลการค้นหาอาจไม่ครอบคลุมเครื่องหมายที่คล้ายกันทั้งหมด หากเป็นเครื่องหมายที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพิ่มเติม

A: ไม่สามารถสรุปได้ว่าใช้ได้ทันที เจ้าของเดิมอาจยังใช้งานหรือมีสิทธิอื่น และอาจยื่นใหม่ ควรตรวจประวัติและสถานะการใช้ก่อน

A: ควรตรวจสอบว่ามีการใช้ชื่อดังกล่าวกับสินค้าหรือบริการประเภทใด และเริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อใด เพราะเครื่องหมายที่ไม่ได้จดอาจยังมีข้อพิพาทเรื่องการใช้ก่อนหรือข้อพิพาทตามกฎหมายได้ ควรเก็บหลักฐานและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

A: ขึ้นกับคำขอแต่ละราย การคัดค้าน และการแก้ไข โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนไปจนถึงมากกว่านั้น ดูรายละเอียดที่จดเครื่องหมายการค้า

A: สามารถตรวจสอบได้ผ่านฐานข้อมูลของแต่ละประเทศหรือฐานข้อมูลรวม เช่น WIPO Global Brand Database แต่เครื่องหมายการค้าคุ้มครองตามอาณาเขต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนขยายตลาด

แหล่งอ้างอิง

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP): ระบบสืบค้นเครื่องหมายการค้าและคู่มือการตรวจสอบเครื่องหมายการค้า ipthailand.go.th
  • พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (มาตรา 6, 7, 8, 13)