การประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม คืออะไร?

การประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

การสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอไอเดียที่น่าสนใจ แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้สิ่งประดิษฐ์นั้น “ใช้งานได้จริง” และ “มีคุณค่าในเชิงอุตสาหกรรม” ในโลกของสิทธิบัตร ความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม (Industrial Applicability) เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแนวคิดนี้ พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่ายและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

ในบริบทของกฎหมายสิทธิบัตรไทย พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 8 ได้ให้นิยามไว้ว่า “การประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม หมายถึงการประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตในภาคอุตสาหกรรม รวมถึง หัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม”

3 องค์ประกอบที่ต้องผ่านให้ครบ

หรือก็คือ สิ่งประดิษฐ์จะต้องสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรม นั้นคือ

  1. สามารถผลิตซ้ำได้: สิ่งประดิษฐ์ต้องสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ในลักษณะเดิมโดยใช้กระบวนการที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
  2. มีประโยชน์จริงในอุตสาหกรรม: ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงปฏิบัติ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาด
  3. ใช้งานได้จริง: สิ่งประดิษฐ์ต้องสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ไม่ใช่แค่แนวคิดหรือทฤษฎีที่ยังไม่มีการทดลองใช้

ทำไมเกณฑ์นี้สำคัญกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน

ความสำคัญของความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม อยู่ที่การทำให้สิ่งประดิษฐ์สามารถตอบสนองความต้องการในโลกแห่งความจริงได้ ทั้งในด้านการผลิต การแก้ปัญหา หรือการเพิ่มมูลค่าให้กับกระบวนการต่าง ๆ สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรมสามารถสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และส่งเสริมความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้ได้จริงยังช่วยเพิ่มโอกาสให้สิ่งประดิษฐ์ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดโลกอีกด้วย

ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

สิ่งประดิษฐ์ประเภทเครื่องจักรกล เครื่องมือ หรืออุปกรณ์

  • สามารถอธิบายลักษณะของส่วนประกอบและการจัดวางที่สามารถทำซ้ำได้
  • สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน หรือแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในกระบวนการผลิต
  • สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เช่น การเพิ่มผลผลิต การลดเวลา หรือการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างเช่น

เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ที่อธิบายส่วนประกอบและการทำงานอย่างละเอียด ทำให้สามารถผลิตเครื่องที่มีลักษณะและการทำงานเหมือนกันในทุกหน่วยได้ เช่น
ส่วนประกอบ:
สายพานลำเลียง: ขนส่งสินค้าเข้าสู่กระบวนการบรรจุ
เซ็นเซอร์ตรวจจับสินค้า: ตรวจจับตำแหน่งสินค้าและส่งสัญญาณไปยังระบบควบคุม
หัวบรรจุ: ทำหน้าที่บรรจุสินค้าเข้าในบรรจุภัณฑ์
ระบบควบคุมอัตโนมัติ: ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์หรือ PLC เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมด
การทำงานร่วมกัน:
(a) สินค้าถูกลำเลียงเข้าสู่เครื่องผ่านสายพานลำเลียง
(b) เซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งสินค้าและส่งข้อมูลไปยังระบบควบคุม
(c) ระบบควบคุมสั่งให้หัวบรรจุทำงาน เช่น ปิดผนึกถุงหรือกล่อง
(d) บรรจุภัณฑ์ที่เสร็จแล้วถูกลำเลียงออกไป

สิ่งประดิษฐ์ประเภทกรรมวิธี หรือกระบวนการ

  • สามารถอธิบายขั้นตอนในกรรมวิธีหรือกระบวนการได้อย่างละเอียด เช่น วิธีการดำเนินการ  ลำดับของขั้นตอน วัตถุดิบ หรือเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน
  • สามารถดำเนินการได้จริงในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม และสามารถทำซ้ำได้โดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • กระบวนการต้องมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้และตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ

ตัวอย่างเช่น

  1. กรรมวิธีการผลิตพลาสติกชีวภาพ ที่มีการระบุขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบชีวภาพ การหมักด้วยจุลินทรีย์ การสกัดสาร และการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก
  2. กรรมวิธีการผลิตเครื่องดื่มโปรตีนสูง ที่มีการระบุขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบ การสกัดโปรตีน การปรุงแต่งรสชาติ และการบรรจุในบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ

ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

เนื่องจากลักษณะของการประดิษฐ์ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม เช่น

  1. ขาดลักษณะการใช้งานในอุตสาหกรรม
    การประดิษฐ์บางประเภท เช่น วิธีการนวด หรือ วิธีการตรวจร่างกายมนุษย์ เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่บุคคลโดยตรง และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการสร้างผลลัพธ์ในเชิงอุตสาหกรรม จึงไม่ถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมได้
  2. การประดิษฐ์ที่ขึ้นกับทักษะเฉพาะบุคคล
    ตัวอย่างเช่น วิธีการสูบบุหรี่ หรือการประดิษฐ์ที่ต้องอาศัยความชำนาญส่วนบุคคลหรือเจตนาเฉพาะ เช่น การศึกษาหรือทดลอง ไม่สามารถนำไปใช้ในรูปแบบที่ผลิตซ้ำได้ในเชิงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การที่ต้องพึ่งพาทักษะของบุคคลทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดหรือทำซ้ำได้อย่างมีมาตรฐาน
  3. ขัดต่อกฎทางวิทยาศาสตร์หรือปฏิบัติไม่ได้ในความเป็นจริง
    การประดิษฐ์ที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น วิธีการปิดคลุมพื้นผิวโลกด้วยฟิล์มพลาสติกเพื่อป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต ขัดต่อข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ เพราะเป็นแนวคิดที่ไม่มีความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ หรือสังคม และไม่สามารถผลิตซ้ำในลักษณะที่เป็นประโยชน์ในอุตสาหกรรมได้
  4. มีเป้าหมายการใช้งานที่แคบเกินไป
    การประดิษฐ์ที่ใช้เพื่อการศึกษาหรือทดลอง มีวัตถุประสงค์จำกัดเฉพาะในบริบทการวิจัย หรือใช้เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่โดยไม่มีเป้าหมายในการนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม จึงไม่ผ่านเกณฑ์ความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

ความสามารถในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม ไม่เพียงช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตร แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผลงานสร้างสรรค์สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ อาจารย์ หรือนักวิจัยที่ต้องการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ การให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จและสร้างมูลค่าให้กับผลงานของคุณในระยะยาว

สรุป การประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม คืออะไร?

การประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมไม่เพียงช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตร แต่ยังเป็นกุญแจที่ทำให้ผลงานต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ เกณฑ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยมาคิดตอนกรอกแบบฟอร์ม แต่ควรอยู่ในหัวตั้งแต่วันแรกที่ออกแบบการทดลอง

ถ้าจำได้แค่สามข้อ ให้จำว่า ผลิตซ้ำได้ · มีประโยชน์จริง · ใช้งานได้จริง และอย่าลืมว่ายังต้องผ่านอีกสองเงื่อนไขคู่กัน คือความใหม่ และขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ อาจารย์ หรือนักวิจัย การใส่ใจแนวคิดนี้ตั้งแต่ต้นทางจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จและสร้างมูลค่าให้ผลงานในระยะยาว

ไม่แน่ใจว่าผลงานของคุณเข้าเกณฑ์หรือยัง? ปรึกษา AKIP Venture

AKIP Venture ดูแลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในไทยและต่างประเทศ มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ด้านสิทธิบัตร เรายินดีให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปรึษาเราได้ที่

📞 โทร. 065-989-9815
💬 Line ID: @akipventure (อย่าลืมใส่ @)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

ซอฟต์แวร์หรืออัลกอริทึม ผ่านเกณฑ์นี้หรือไม่

โปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยลำพังเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมาย แต่ถ้าทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์จนเกิดผลทางเทคนิคที่จับต้องได้ เช่น ควบคุมเครื่องจักรให้ประหยัดพลังงาน อาจพิจารณาในรูปของระบบหรือกรรมวิธี ควรปรึกษาเป็นรายกรณี

งานหัตถกรรมหรือเกษตรกรรมนับเป็นอุตสาหกรรมไหม

นับ มาตรา 8 ระบุชัดว่าครอบคลุมหัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงงาน

เผยแพร่งานวิจัยไปแล้ว ยังยื่นได้อยู่ไหม

การเปิดเผยก่อนยื่นกระทบเงื่อนไข “ความใหม่” ไม่ใช่เกณฑ์อุตสาหกรรม กฎหมายไทยมีข้อผ่อนผันกรณีผู้ประดิษฐ์เปิดเผยเองภายในกรอบเวลาที่กำหนด จึงควรรีบตรวจสอบวันที่เผยแพร่กับผู้เชี่ยวชาญ